ยอดขายพีซีหงอยทำไมโครซอฟท์กำไรหด29%

July 27, 2009 by: admin
   

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ประกาศตัวเลขกำไรในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา (เมษายนถึงมิถุนายน) ลดฮวบ 29% โยนบาปให้ยอดขายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกที่หดตัวลง ถือเป็นไตรมาสแรกในรอบ 23 ปีที่รายรับรวมไมโครซอฟท์ตกต่ำมากที่สุด นับจากที่บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 1986

การประกาศรายรับที่ลดลงทำให้มูลค่าหุ้นไมโครซอฟท์ดีดตัวลงตามไปด้วย โดยลดลง 2 เหรียญเหลือ 23.56 เหรียญ คิดเป็นสัดส่วนลดลง 7.8% ทั้งที่ก่อนประกาศผลประกอบการ หุ้นไมโครซอฟท์เพิ่มขึ้นถึง 3.1% อยู่ที่ 25.56 เหรียญ อย่างไรก็ตาม กำไรของไมโครซอฟท์ที่ลดลงไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้นักวิเคราะห์ เนื่องจากการสำรวจมากมายชี้ว่า ปริมาณการซื้อขายคอมพิวเตอร์ในไตรมาสนี้จะน้อยกว่าไตรมาสที่ผ่านมา เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเก่าของตัวเองให้นานขึ้นเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

ไตรมาสที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์สามารถทำกำไรทั้งสิ้น 3.05 พันล้านเหรียญ (ราว 1.06 แสนล้านบาท) คิดเป็น 34 เซนต์ต่อหุ้น จากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้วที่ทำได้ 4.3 พันล้านเหรียญ หรือประมาณ 46 เซนต์ต่อหุ้น

ยอดขายของไมโครซอฟท์ตลอด 3 เดือนนั้นลดลง 17% อยู่ที่ 1.31 หมื่นล้านเหรียญ (ราว 4.58 แสนล้านบาท) ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 14.4 ล้านเหรียญ เฉพาะส่วนธุรกิจวินโดวส์ (Windows) ไมโครซอฟท์ระบุว่าอยู่ที่ 276 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยบอกว่าการทำโปรโมชันให้ผู้ใช้วิสต้า (Vista) สามารถอัปเกรดเป็นวินโดวส์เซเว่น (Windows 7) วินโดวส์เวอร์ชันใหม่ที่กำลังจะวางตลาดเต็มตัวในเดือนตุลาคมนี้ได้ฟรี นั้นทำให้กำไรในธุรกิจวินโดวส์ลดลง 2 เซนต์ต่อหุ้น

ไตรมาสที่ผ่านมาถือเป็นไตรมาสที่ 4 ปีการเงิน 2009 ของไมโครซอฟท์ สรุปทั้งปี กำไรของไมโครซอฟท์ลดลง 17% เหลือ 1.46 หมื่นล้านเหรียญ หรือประมาณ 1.62 เหรียญต่อหุ้น จากปีการเงิน 2008 ที่ทำได้ 1.77 หมื่นล้านเหรียญ หรือประมาณ 1.87 เหรียญต่อหุ้น ยอดขายทั้งปีลดลง 3% อยู่ที่ 5.84 หมื่นล้านเหรียญ

ไม่เพียงรายได้จากวินโดวส์เท่านั้นที่ลดลง รายได้จากซอฟต์แวร์ออฟฟิศ (Office) และซอฟต์แวร์สำหรับคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ รวมถึงเครื่องเกมเอ็กซ์บ็อกซ์ 360 (Xbox 360) และธุรกิจโฆษณาของไมโครซอฟท์ล้วนลดลงเช่นกัน

ผู้บริหารไมโครซอฟท์ยืนยันว่าภูมิใจกับผลประกอบการในไตรมาสที่ผ่านมา เชื่อว่าท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าไมโครซอฟท์ในวันนี้แข็งแกร่งกว่าวันก่อน โดยบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากความพยายามลดตุ้นทุนให้ได้ 1 พันล้านเหรียญที่เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ธุรกิจที่ประสบภาวะขาดทุนมากที่สุดของไมโครซอฟท์ยังคงเป็นกลุ่มโฆษณาออนไลน์เช่นเคย ขณะที่กลุ่มความบันเทิงและอุปกรณ์ (Entertainment and Devices) ซึ่งประกอบด้วยเอ็กซ์บ็อก 360, ซูน (Zune) และซอฟต์แวร์สำหรับโทรศัพท์มือถือก็ประสบภาวะขาดทุนเช่นกัน

ที่มา manager.co.th

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

:::ลิงค์ผู้สนับสนุนใจดีแวะชมกันหน่อยนะจ๊ะ::: แบตเตอรี่รถยนต์ :: สินเชื่อ