มือใหม่หัดเป็น “ช่างซ่อมคอม” ตอนที่ 1 วิเคราะห์อาการเสีย

September 16, 2009 by: admin

สวัสดีครับเพื่อน ๆ บทความ IT ตอนนี้ขอหยิบยกเอาเรื่องของการฝึกหัดเป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์กัน เพราะผมเห็นว่าหลาย ๆ คนตอนนี้เวลาคอมมีปัญหาทีไรก็ยกเข้าร้านกันทุกที แล้วก็มาบ่นกระปอดกระแปดว่า แพง..แพง…  เอ๋า! ก็ร้านเค้าเปิดมาเพื่อทำธุรกิจหากำไรนี่ครับไม่ใช่การกุศลคุณเอางานไปให้เค้าทำ เค้าก็ต้องคิดเงินคุณ 300-500 คือราคามาตฐาน ไม่ได้แพงแต่ถ้า 500 + หน่ะถึงจะบ่นได้ว่าแพง (ในกรณีที่ ซ่อมอย่างเีดียวเช่นลง os ใหม่ ไม่ได้เปลี่ยนอะไหล่ ) วันนี้ผมก็เลยจะมา “แฉ!” หลักการซ่อมคอมพื้นฐานให้คุณ ๆ สามารถซ่อมเบื้องต้นกันเองได้ก่อน ก่อนที่จะยกไปเข้าร้านครับ.

วิเคราะห์อาการเสีย

หลักการสำคัญที่สุดของการซ่อมคอมคือการวิเคราะห์อาการครับ สิ่งแรกเลยก็คือเมื่อพบสิ่งผิดปกติกับคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณต้องย้อนถามตัวเองก่อนเลยว่าก่อนหน้านั้นคุณไปทำอะไรกับมันมา เช่นเมื่อคืนทำงานดึก(แชต) ง่วงมากไม่อยากรอให้เครื่อง shut down เลยดึงปลั๊กมันออกซะงั้น เช้ามาเครื่องเปิดไม่ติด เราก็วิเคราะห์กันไปได้ว่าปัญหาเกิดจากการดึงปลั๊กออก สาเหตุของปัญหาน่าจะมาจาก ระบบจ่ายไฟ อะไรอย่างนี้เป็นต้น แต่ปัญหาทางด้าน hardware นี่เราไม่ค่อยพบกันหรอกครับยิ่งเป็นเครื่องรุ่นใหม่ ๆ เพราะ hardware เดี๋ยวนี้มันอึด มากเสียยาก ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาทางด้าน software เสียมากกว่า และปัญหาทางด้าน software  นี้ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 ก็จะหนีไม่พ้นปัญหาพวกไวรัส หรือ มัลแวร์ มีมีกันให้ยุบยับในทุกวันนี้ แล้วมันก็ร้ายกาจมากเกินกว่าที่จะแก้ไขได้ถ้าติดมันดังนั้นวิธีป้องกันปัญหาไวรัสที่ดี ที่สุดคือ ป้องกันก่อนมันติด เดี๋ยวนี้เรามีเครื่องมือหลายอย่างมากที่ใช้ในการป้องกันไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นโปรแกรมแอนตี้ไวรัส ที่เค้าแจกให้ใช้กันแบบฟรี ๆ โปรแกรมแอนตรี้สปาแวร์ โปรแกรมป้องกัน autorun จากhandy อย่าง CPE- autokiller และอีกหลายตัว แต่บางคนเลือกที่จะไม่ติดตั้งโปรแกรมพวกนี้เพียงเพื่อเหตุผลว่า “มันหน่วงเครื่อง” แต่พอโดนพวกมัลแวร์ขึ้นมาก็ไปโพสต์ตามเวบบอร์ดทุกที “แว๊ก ๆ ช่วยด้วย เครื่องติดไวรัส ข้อมูลหายหมดเลย”  ใครหล่ะจะช่วยคุณได้ซ้ำบางทีเค้าอาจจะ “โส-นะ-น่า” คุณด้วยก็ได้

แนะนำ Anti virus
ตอนนี้มีแอนตี้ไวรัส ดี ๆ ฟรี ๆ หลายตัว ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานดีมากทีเดียว เช่น Avast anitvirus , AVG antivirus และอีกมากมายลองไปดูในหมวด antivirus นะครับ
นอกจาก แอนตี้ไวรัสแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้อีกตัวในการป้องกันเครื่องของคุณให้ปลอดภัยคือ anti spyware ครับ เพราะไอ้พวกนี้มันแตกต่างจากไวรัส แอนตี้ไวรัสบางตัวไม่สามารถจะตรวจพบดังนั้นเราก็ต้องติดตั้งไปด้วยก็มีหลายต้วเช่น Spy bot หรือ yahoo antispyware ที่มาพร้อมกับ yahootool bar ก็ใช้ได้หรือ scan spyware ของ Advance system care ก็ใช้ดีครับ ลองเลือกดูซักแบบ แต่ว่า Spy bot พิเศษหน่อยตรงที่จะมีฟังชั่น  realtime scan registry ซึ่งจะคอยตรวจสอบและแจ้งเราตลอดเวลาหากมีการเปลี่ยนแปลง registry ซึ่งจะช่วยได้มากในกรณีที่คุณไป Download โปรแกรมหรือเกมส์ เถื่อนมาติดตั้ง เพราะพวกนี้มักจะแฝงเจ้าม้านรก (Trojan) มาด้วย spybot ก็จะบอกคุณได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงโดยโปรแกรมเหล่านี้

เมื่อติดตั้งโปรแกรมทั้ง 2 อย่างนีไปแล้วก็มั่นใจได้ 70 เปอร์เซนต์แล้วคว่าเครื่องของคุณจะปลอดภัยจากไวรัส และสปายแวร์ “อ้าวอะไรลงตั้งเยอะตั้งแยะปลอดภัยแค่เนี๊ย”  หลาย ๆ คนอาจเป็นงง ใช่ครับ ที่เหลืออีก 30 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่วิธีการใช้ของคุณต่อให้แอนตี้ไวรัส แอนตี้ สปายแวร์ดีแค่ไหน แต่คุณยังคง โหลดเกมส์เถื่อน โหลดโปรแกรมเถื่อนมาเล่นมาลง โอกาสที่คุณจะติดไวรัส หรือโดนสปายแวร์ก็มีอยู่อย่างแน่นอน อาจจะมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ด้วย โดยไวรัสหรือสปายแวร์ส่วนใหญ่จะแฝงมากับ “Crack” ที่คุณใหช้ทำให้โปรแกรมใช้งานได้นั่นแหละครับ.

ตัวสำคัญอีกตัวที่จะทำให้คุณติดไวรัสก็คือ handy drive ครับตอนนี้ฮิตมากกับไวรัสที่มากับ แฮนดี้ไดรฟ์ เพราะฉะนั้นเราต้องมีการป้องกันแฮนดี้ แปลกปลอม หรือของเราเองด้วยครับ

โปรแกรมป้องกันที่ใช้ได้ค่อนข้างได้ผลคือ CPE autorun killer ครับ โดยคุณสามารถให้มันรันโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่เปิดเครื่องได้ด้วยการนำโปรแกรมไปไว้ที่

C:\Documents and Settings\All Users\Start Menu\Programs\Startup    เท่านี้ CPE ก็จะรันตัวเองขึ้นมาทุกครั้งที่เราเปิดคอมแล้วครับ ถ้ามีโปรแกรมตัวนี้อยู่ด้วยโอกาศติดไวรัสจาก handy ก็ลดลงมากทีเดียวเพราะมันจะปิดกั้นการ auto-run ทุกอย่างไม่ให้เกิดขึ้นได้ครับ

เอาหล่ะครับเมื่อกันไว้ดีกว่าแก้ขนาดนี้แล้วแล้วยังจะโดนไวรัสเข้าจนได้ เราก็ต้องมาดูวิธีแก้ไขกันครับว่า ไวรัสแต่ละตัวแก้ไขกันได้อย่างไร

1.Trojan พวกนี้เป็นพวกสปายแวร์ครับส่วนใหญ่จะมาเนียน ๆ ในรูปแบบของไฟล์ระบบบ้าง ไฟล์เอกสารบ้าง ไม่ได้เน้นทำลายเครื่องอะไร แต่จะมาสร้าง back door คือประตูหลังหรือช่องทางที่จะให้ไวรัสตัวอื่นหรือ hacker เข้ามาในเครื่องของเราได้อีกที อันนี้จะเป็นอันตรายอย่างมากสำหรับคนที่ทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์เป็นประจำ เช่น internet banking การซื้อของโดยใช้การกรอกรหัสบัตรเครดิต เป็นต้น หากคุณกรอกข้อมูลเหล่านี้เข้าไปในเครื่องที่ติด พวกโทรจันก็มีโอกาสที่ข้อมูลของคุณจะถูกแฮก ไปง่าย ๆ แต่ถ้าเครื่องคุณไม่มีข้อมูลอะไรอย่างว่า มันก็ไม่ค่อยเป็นอันตรายเท่าไหร่ครับ  วิธีกำจัดคือให้หมั่นสแกน เครื่องด้วยโปรแกรมแอนตี้สปายแวร์บ่อย ๆ หมั่นลบ internet temperalary บ่อย ๆ ไม่ตั้ง auto save password ไว้แค่นี้คุณก็ปลอดภัยจากโทรจันแล้วครับ

2.Virus โอ๊ว มันกว้างเหลือแสน จากประสบการณ์ที่ผมประทะกับไวรัสต่าง ๆ นานา ๆ มานานหลายปี พบว่ามันมีวิวัฒนาการไปเรื่อย ๆ ครับแต่ไวรัสโดยส่วนใหญ่ทุกวันนี้เน้น ทำลายระบบและไฟล์เอกสารเป็นหลัก และบางตัวก็แถมพกมาด้วยสปายแวร์ อาการผิดปกติของการติดไวรัสโดยส่วนใหญ่คือ เครื่องจะช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ภาพกระตุก เสียงกระตุก ไฟล์หาย โฟลเดอร์งานหาย  มีข้อความแปลก ๆ ขึ้นมา  และโดยส่วนใหญ่ไวรัสพวกนี้ จะเป็นลักษณะ Resident ครับ คือจะแอบซ่อนตัวอยู่ตาม พาร์ติชั่นต่าง ๆ ของ HDD และไฟล์ระบบของ windows  ถึงแม้ว่าเราจะสแกนมันออกไปแล้ว มันก็กลับมาใหม่ได้ ในเวลาไม่กี่วินาที เพราะตัวไวรัสนั้นมันแฝงตัวอยู่ในระบบแล้วครับ ผมได้เขียนวิธีการตรวจสอบและกำจัดไว้รัสพวกนี้ไว้แล้วใน  “กำจัดไวรัสแบบฝังตัวให้สิ้นซากด้วยคำสั่งดอส”  ลองแวะอ่านกันดูครับ

3.Worm หนอนนรก ส่วนใหญ่พวกนี้จะเน้นโจมตีระบบ network เป็นหลักครับ ไม่ทำอันตรายกับข้อมูลใด ๆส่วนใหญ่ที่โดนแล้วจะเดือดร้อนคือพวกร้านเน็ท ร้านเกมส์ หรือบริษัทใหญ่ ๆ ที่ต้องใช้การติดต่อสื่อสารผ่านระบบ lan หรือ  network เพราะ เจ้าหนอนพวกนี้ จะเข้าไปแจมในระบบ เช่นปลอมเป็นโปรแกรมและร้องขอ หรือส่งข้อมูลขยะ ประมาณมหาศาลออกมา ทำให้เกิดการแออัดของข้อมูล มีผลทำให้ระบบเน็ทเวิกช้าหรือล่มได้ การหาตัวเจ้าพวกนี้ทำได้ ยากมากเพราะต้องมีโปแกรมเฉพาะที่เอาไว้ตรวจสอบว่า คอมเครื่องไหน มีกรส่งข้้อมูลมากผิดผิดปกติ แล้วก็ต้องไปไล่ตรวจสอบแต่ โดยส่วนใหญ่แล้ว ก็จะติดมันทุกเครื่องนั่นแหละครับ วิธีป้องกันเจ้าหนอน นรกที่ดีที่สุดคือ อย่าให้มันติดระบบได้ ทำได้ด้วยการใช้ Firewall ครับอาจจะเป็นตัวที่มากับ windows หรือ ตัวที่มากับ anti virus ก็ได้ หรือ จะให้ดี คือเป็น hardware เลยก็ดีสำหรับ บริษัทใหญ่ ๆ

4.ฟิชชิ่ง พวกนี้ไม่ใช่ไวรัสครับแต่เป็นลักษษณะการสร้างหน้าเว็บหลอกเพื่อที่จะตกเอาข้อมูลไป เช่นการสร้างหน้าเว็บของธนาคารขึ้นมาหลอกเราโดยอาจจะใช้ชื่อใกล้เคยงกันเช่น เว็บของธ.กรุงไทย ชื่อโดเมนก็จะเป็น www.KTB.co.th  ตัวหลอกก็อาจจะเป็น www.ktv.co.th  หรือ ตัวอักษรอะไรที่มันใกล้เคียงกัน หรืออาจทำงานร่วมกับ spyware หรือไวรัสที่ส่งมาฝังตัวในเครื่องเช่นคุณพิมพ์  www.ktb.co.th แต่เจ้าไวรัสกลับส่งคุณไปที่ www.ktv.co.th แทน เมื่อคุณเข้ามาในเวบปลอมนี้แล้วคุณจะแทบไม่เห็นถึงความแตกต่างเลยเพราะมัน copy ได้เนียนมาก ๆ และเมื่อไหร่ที่คุณ กรอก user กับ password เพื่อเข้าไปทำธุรกรรมของคุณแล้วละก็ก็เท่ากับคุณได้มอบบัญชีนั้นให้พวกโจรไปแล้ว (ผมไม่เรียกไอ้พวกนี้ว่า แฮกเกอร์นะครับเพราะแฮกเกอร์ยังมีดี-เลวแต่ไอ้คนทำฟิชชิ่งนี่ เลวอย่างเดียวไม่มีดี) ดังนั้นเวลาคุณเข้าเวบธนาคารเพื่อไปทำธุรกรรม ขอให้คุณพิมพ์และตรวจสอบ URL ของธนาคารนั้นให้ถูกต้องด้วยนะครับ.

เอาละครับชักจะเลยเถิดมานอกเรื่อง มาต่อกันเรื่องอาการเสียงทางด้าน software กันอีกเล็กน้อยครับ  เป็นธรรมชาติของ software หรือ โปรแกรมนะครับ เมื่อใช้งานไปได้ซักระยะหนึ่ง ก็จะมีการเบลอ ๆ เอ๋อ ๆ เพราะมีการ เขียน-ลบ ๆ อยู่บ่อย ๆ ดังนั้นผมแนะนำให้คุณใช้ utility พวกจัดการข้อมูลหรือจัดเรียงพื้นที่ อย่างสม่ำเสมอ ซัก เดือนละครั้งครับ อย่าง Advance system care นี่ใช้ได้เลยทีเดียว และถ้าเป็นไปได้ ควรจะลง windows  ใหม่อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ครับเพื่อชำระล้างระบบให้สดชื่น.

เอาหล่ะครับสำหรับการวิเคราะห์อาการเสียและแนวทางการแก้ไขปัญหาทางด้าน software ก็น่าจะมีอยู่แค่นี้ คราวหน้า เราจะมาดูถึงการวิเคราะห์อาการเสีย ที่เกิดจาก hardware กันบ้างครับ  ไม่นานเกินรอ

freewareboy

Comments

One Response to “มือใหม่หัดเป็น “ช่างซ่อมคอม” ตอนที่ 1 วิเคราะห์อาการเสีย”
  1. ใจดีมากคับท่าน says:

    ใจดีมากคับท่านจงเจริญ

:::ลิงค์ผู้สนับสนุนใจดีแวะชมกันหน่อยนะจ๊ะ::: แบตเตอรี่รถยนต์ :: สินเชื่อ